Profil de PeeraiGukPhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
iGuk\(o_O)/ 26 novembre แก่ขึ้นอีก 1 ปี แล้วสิเรา (-_-")แล้วเราก็แก่ขึ้นอีก 1 ปี
วันเกิด = วันแก่
วันเกิดปีนี้นึกว่าจะเส้าซะแล้ว งานเข้ามาตั้งแต่ต้นอาทิตย์ แล้วดัน deadline วันที่ 24 พอดี (T_T) นึกว่าจะได้ทำงานฉลองวันเกิดซะแล้ว แต่ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกท่านที่ยังไม่ลืมวันเกิดของกระผมนะขอรับ
เริ่มจากวันที่ 23 เพื่อนๆที่บริษัทอยู่ดีๆก็มากระชากเราไปจากโต๊ะทำงานตอนที่งานยุ่งๆ เผื่อไปกินเค้ก เหอะๆๆ เกือบโดนหัวหน้าตื้บแย้ววววว เค้กอร่อยมั่กๆ (ก็ฟรีนี่ อะไรก็อร่อย) แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนๆจงใจจัดงานกันผิดวันอ้ะเปล่า เราเกิด 24 นะจ้ะ ไม่ใช่ 23 ~(-_-~)
แล้วคืนนั้นเราก็ไปงานวันเกิดของเจ้ตุ้มซึ่งเป็นเจ้าของร้าน (ไม่ได้หุ้นเงินนะ แต่หุ้นแรงงาน 555) พอดีแกจัดงานวันเกิดคืนนั้นพอดี (เจ้เกิด 25 อ่ะ) เราก็เลยไปร่วมแจมซะหน่อย กินไปคุยไปยันเช้า กว่าจะได้กลับบ้านก็ 6 โมงเช้า แล้วมันจะไปทำงานไหวได้ยังงายยยยย ก็เลยต้องขอลาป่วยช่วงเช้าซะเรยยย (^_^)
กว่าจะตื่นไปทำงานได้ก็เที่ยงแล้ว น้องๆที่ชมรมก็โทรมาบอกว่าเอาของมาให้รออยู่ที่ตึกแล้ว (กำตรูยังไปไม่ถึงเลย) ว่าแล้วก็รีบบึ่งเข้าตึกไปเอาของ (อิอิ โลภป่ะ) แล้วก็ขึ้นไปทำงาน (ปวดหัวจิ๊บเป๋ง ก็เมื่อคืนล่อวอดก้าไปครึ่งขวดนี่หว่า) ซักพักน้องชมรมอีกคนก็โทรมาบอกว่าจะเอาของมาให้ (แล้วทำไมไม่มาพร้อมกันฟร่ะ) แต่ก็ดี ได้ของฟรีอีกแย้วววว (^_^)
นั่งทำงานไป 2 ชั่วโมงก็ออกไป Central World เพราะวันนี้มีงานประจำปีบริษัท (หิวมากกกก ไม่ได้กินไรเลยตั้งแต่เมื่อคืน) อาหารในงานไม่อร่อยเลย (T_T) เลยได้แต่นั่งจิบเบียร์กะ Barcardi (ท้องว่างแต้ๆตรู ทำไปด้ายยยยย) ต้องขอโทษน้องๆเพื่อนๆที่ชมรมทุกท่านที่ไม่ได้ไปดูแข่งเน้อ แบบว่าเพื่อนจะขึ้นเวทีไปอับอายกันในงานบริษัทอ่ะ เลยต้องขออยู่ดูซักกะหน่อย
ในงานมีจับฉลาก lucky draw ด้วย แต่สงสัยทีมเราจะซวยกันทั้งทีม ไม่มีใครได้อะไรเลย เริ่มจาก พี่สุที่ได้เบอร์ 0712 แต่ดัน ออกเลข 0711 ถึงกับกรี้ดเลยทีเดียว ตามด้วยเรารางวัล package tour กรุงเทพ-ฮ่องกง เราได้เบอร์ 0684 ดับจับออกมา 0686 ซะง้น ซวยจิงๆ (-_-") แล้วก็นิโคลัสได้เบอร์ 1297 แต่รางวัลดั้นออกมาเป็นเบอร์ 1267 วืดอีกตามเคย แล้วก็ยังมีอีกรางวัล ที่ดันผ่ามาออกเลขตรงกลางระหว่าง 2 ใบของทีมเราพอดี แต่จำไม่ได้แล้วว่าเลขอะไร สรุปว่าซวยกันทั้งทีม
จากนั้นก็ได้เวลาฮา หลังจากที่นั่งรอมานาน ดาวก็ขึ้นเวทีร้องเพลงซะที (Stars are blind ปล่าวหว่า ไม่ค่อยแน่จายยยย) โดยมีกิ่งคอยคุมอยู่บนเวที ตามด้วยไอ้วุดขึ้นไปร้องเพลง (คนใจง่าย กะ ไปน่ารักไกลๆหน่อย) งานนี้โอ๋ ท็อป แล้วก็เราพลัดกันโดนอุ้มขึ้นไปอับอายบนเวทีเป็นเพื่อนไอ้วุด (-_-) แล้วตามด้วย tick tock จากดาวอีกเพลง มันส์มักๆ ทุกคนร้อง + เล่นดีจิงๆ
หลังจากงานเลิก เราก็ไปต่อกันที่คอนเสิร์ตปาล์มมี่ ที่ร้าน one dollar (ร้านเดิม) งานนี้คนน้อยมักๆ ไม่ถึง 100 คนมั้ง เลยเป็นคอนเสิร์แบบสบายๆ ชิวๆ ปาล์มมี่ร้องเพลงมี่วิ่งไปวิ่งมาทั่วร้านเลย 55 (ไม่ใส่ร้องเท้าเข้าผับ ไม่กลัวโดนเหยียบเท้าเรอะ มี่) ก็สนุกไปอีกแบบ งานนี้มี่มาฉุดให้ลุกขึ้นเต้นถึงโต๊ะเลย บอกว่าใครนั่งมี่โกรธ อืมมมม ปกตินักร้องเค้าร้องบนเวที วันนี้มี่มายืนร้องบนเก้าอี้กลางคนดูนะครับ (-_-) แล้วก็ตีกลองโชว์ เพลงหยุด, 30 ยังแจ๋ว แล้วก็เพลงไรอีกก็ไม่รู้ จำไม่ได้ ก็พึ่งรู้นี่แหละว่าปาล์มมี่ตีกลองเป็น (เก่งซะด้วย) ชอบๆ งานนี้มันมักๆ ร้องเกือบทั้งอัลบัมเลยมั้ง ทั้งเก่าใหม่ กว่าจะเลิดก็ตี 2 แหน่ะ มาคราวนี้ได้เหล้าฟรี (เจ๊เอามาให้อีกแล้ว) แต่เราไม่กิน 55 นั่งซัดเป๊ปซี่กะน้ำเปล่า
สรุปว่าจนตี 3 แล้ว เรายังไม่ได้กินข้าวเลย หิวมักๆ กินข้าวมื้อสุดท้าย 3 ทุ่มของวันที่ 23 แล้วกว่าจะได้กินอีกทีตี 4 ของวันที่ 25 รวมแล้ว 31 ชั่วโมง เกือบหิวตาย
ขอบคุณทุกๆคนนะค้าบบบบบ
ป.ล. ไม่ได้อัพนานมาก แค่ออนเอ็มยังไม่ได้ออนเลย (-_-") 13 octobre เรื่องซวยๆ ของคนดวงซวยไม่ได้เข้ามาอัพซะนาน ก็ขอตามกระแส lucky friday ซะหน่อย เชื่อมั้ย ว่าโชคของคนเรามีจริง บางคนโชคดี บางคนโชคร้าย แต่ทำม้ายทำไม เราถึงได้มีแต่โชคร้าย T_T เริ่มจากเมื่อเดือนสิงหาก่อนจะไปทริปชมรมกล้องถ่ายรูปเจ้ากรรมก็ดันพังเอาตอนก่อนรถออก ซวยจิงๆ ได้ไปเที่ยวทั้งที ดันไม่มีกล้อง มีแต่ขาตั้งกล้อง ต่อมาพอเดือนกันยามือถือน้อยๆของเราก็เกิดอาการงอนเจ้าของ reset ตัวเองวันละสามสี่รอบ reset ธรรมดาไม่พอวันเวลาก็ดัน reset ไปเป็น วันที่ 1 ม.ค. 2003 เวลา 7.00 น.ซะนี่ แถมยังไม่วายมา reset ตอนกะลังหลับอยู่แถมท้ายอีกหนึ่งหน ไอ้เราก็ตั้งปลุกไว้ในมือถือ เล่นเอาเกือบไม่ตื่นไปทำงานเลย สรุปว่าวันนั้นก็ไปทำงานสายเพราะมือถือไม่ปลุก (-_-') พอเข้าเดือนตุลาก็นึกว่าอะไรๆจะดีขึ้น ปล่าวเลย แย่กว่าเก่าอีก คราวนี้ notebook พังซะงั้น อยู่ดีๆก็เปิดไม่ได้ เปิดแล้วก็ดับๆ ทั้งๆที่เมื่อวันก่อนยังใช้ได้อยู่เลย กรรมๆๆ แย่แล้ว ข้อมูลในเครื่องก็ไม่ได้ backup ไว้ทั้งรูปที่ถ่าย(รูปรับปริญญาด้วย) ทั้งข้อมูลงาน ถ้าหายหมดละก็... เฮ้อออ เส้าซวยซ้ำซาก ยังๆๆ ยังไม่หมด สังเกตได้ว่าของๆเรามันเริ่มมีอันเป็นไปทุกอย่างเลย ตั้งแต่กล้อง มือถือ คอมฯ ไอ้เราก็นึกว่าจะหมดแล้ว เลยคุยเล่นๆกับเพื่อนว่า "ดีนะที่รถน่ะชื่อแม่กรู ไม่งั้นมันได้พังแน่ๆ 555" เท่านั้นแหละ ได้เรื่อง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราก็ไปช้อปปิ้ง เดินเล่น หาข้าวกินแถวสยามตามปกติ ปกติเวลาไปคนเดียวก็จะจอดรถไว้ที่ศศินทร์ (จุฬา) เพื่อประหยัดค่าจอดรถ พอดีว่าตอนเย็นก่อนจะไปหาข้าวกินฝนมันเริ่มตก เราเลยยอมเอารถเข้าไปจอดใน mbk เพราะกลัวเปียก ความซวยเลยบังเกิด ตอนเข้าจอดประตูรถเราก็ดูสวยดีอ่ะนะ มีริ้วรอยนิดหน่อยจากความไร้สติของเรา แต่ตอนจะกลับ ไหงประตูด้านคนขับถึงมีใครมาฝากรอยความแค้นไว้ก็ไม่รู้ กรำๆ ประตูรถตูเป็นรอยอีกแล้ว สองประตูเลย ซวยจิงๆ จอดอยู่ในซองแล้วแท้ๆ ยังโดนได้อีก ไอ้รถเราก็ไม่มีประกัน แล้วใครมันจะมาจ่ายค่าซ่อมให้ล่ะฟ่ะ (ก็จ่ายเองดิสิครับท่าน งานนี้) ซวยจิงๆ แทนที่จะได้กลับบ้านนอน ดันต้องไปโรงพักไปแจ้งความ กว่าจะถึงบ้าน กว่าจะได้นอน แถมยังต้องตื่นเช้าไปทำงานอีก ซวยจิงๆ ...ยัง ยังมีอีก อย่านึกว่ามีแต่สิ่งของที่พังได้ เพราะอย่างต่อไปที่จะพังก็ตัวเราไง วันอังคารเราก็ตื่นนอนตอนเช้าแล้วก็อาบน้ำ สระผมตามปกติ ใครมันจะไปนึกว่า ตอนเช็ดผมให้แห้ง มันจะทำให้คอเคล็ดได้ -*- ทำไปด้ายยยย โง่มั้ยเนี่ย สรุปว่า ปวดคอทั้งวัน ก้มหน้าเงยหน้าไม่ได้ หันซ้ายขวาก็ลำบาก แถมยังต้องขับรถเอง ลองนึกดูละกันว่ามันทรมานแค่ไหน เวลาจะมองทางก่อนเลี้ยว เปลี่ยนเลน หรือจอดรถ อยากจะร้องไห้เจงๆ ให้ตายเหอะ อะไรจะซวยขนาดนั้น ยังๆ ยังซวยได้อีก หลังจากที่เราเจอเรื่องซวยๆมาขนาดนี้ เราก็เลยตัดสินใจว่าจะไปทำบุญ ทำบุญล้างซวยมันซะหน่อย เผื่อชีวิตจะดีขึ้น จะได้มีแฟนกะเค้าซักที พอเรากับเพื่อนๆตัดสินใจว่าจะไปทำบุญกันในวันอังคารตอนเย็น ฝนก็ตกใหญ่เลย ตกจนน้ำท่วม ออกไปไหนกันไม่ได้ คิดดูขนาดจะไปทำบุญ ก็ยังไม่ได้ทำ ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ซวยขนาดไหน (-_-") เอาเป็นว่าขอจบเรื่องซวยๆของเราไว้เท่านี้ละกัน หวัง่ว่าคงจะไม่ต้องมา update เรื่องซวยๆเพิ่มขึ้นอีกนะ ยังไงก็ขอให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านโชคดี อย่าได้มีใครซวยเหมือนเราเลย สรุปรายการสิ่งของที่พัง
ปล. ยาวอีกแล้วบล็อกนี้ เฮ้อออออ.... 29 septembre ไประยองมาค้าบบบ ทริปกู้ชาติ (ล้อเล่นนะ)เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ (23-24) ที่ผ่านมาเราไปเที่ยวระยองมาแหละ
ไปกะเพื่อนๆพี่ๆ (ขาดแค่ไอ้วุดกับ Nicolas) ในทีมพักที่บ้านพักแมกไม้ (บ้านพักของบริษัท) หาดแม่รำพึงอ่ะ ก่อนหน้านี้ก็ไปบ้านอุษาฤดี (ของบริษัทเหมือนกัน) มาแล้ว
ตอนแรกก็กะว่าจะไปกันตั้งแต่คืนวันศุกร์ แต่พอดีว่าพี่ออยไม่สะดวก(เพราะต้องขับรถตอนกลางคืน) เลยเลื่อนไปเป็นเช้าวันเสาร์แทน (โชคดีมักๆ เพราะคืนวันศุกร์ฝนตกหนักมากกกกก)
วันเสาร์นัดกัน 8 โมง แต่กว่าจะได้ออกเดินทางก็เกือบ 9 โมงแล้ว แบบว่ามานัดใกล้ๆบ้านเรากับพี่ออยซึ่งรับหน้าที่เป็นคนขับรถทั้งคู่(เป็นคนขับรถอีกแล้ววุ้ย) เราก็เลยตื่นสายอ้ะ ก็บอกแล้ว ว่ามาถึงค่อยโทรเรียกจากบ้านเราออกไปไม่ถึง 5 นาทีก็ถึง
เอาเป็นว่าขาไปนี่ท้องฟ้าดูจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่เลย ฝนทำท่าเหมือนจะตกตลอดเวลา กว่าจะไปถึงก็ประมาณ 11 โมงครึ่งแระ หิวมักๆ ข้าวเช้าก็ไม่ได้กิน
พอไปถึงที่พักก็มี(หมา)เจ้าถิ่น 4 ตัวมาทักทายก่อนเลย ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น แต่เชื่องมากกกกก โดยเฉพาะเจ้าดัมเมเชี่ยนตัวเมีย มันขี้เล่นมากๆ ชอบเล่นแยกเขี้ยวแล้วขู่ แฮ่ๆ ตลอดเวลา
บ้านพักสวยมาก ตัวบ้านใหม่กว่าบ้านอุษาฤดี แต่บ้านอุษาฤดีบรรยากาศดีกว่า เรียกได้ว่าดีกันคนละอย่าง (เอาเป็นว่าลงรูปได้เมื่อไหร่ก็คงจะได้เห็นกันเอง)
พอเก็บของเข้าบ้าน กะเช็กสิ่งของในบ้านเรียบร้อยแล้วก็เลยออกไปหาข้าวกินริมชายหาด (ฝนไม่ตกแล้วแหละ แดดออก ท้องฟ้าเริ่มสดใส
หลังจากกินข้าวเสร็จเราก็จัดการถ่ายรูปนะครับ อยากบอกว่า ทริปนี้เหมือนทริปถ่ายรูปมากๆ (เกือบ)ทุกคนมีกล้องมาเองหมดเลย
เริ่มจากเรา Fuji S9500
แชมป์ Konica Minolta DiMAGE Zไรไม่รู้จำไม่ได้
ส่วนหนุ่ยเป็นกล้องฟิล์ม Nikon FM20 พร้อมเลนส์ Nikkor 50mm F1.4 (ไม่ได้เอาฟิล์มมา เลยต้องขอจากอุ๊ก)
อุ๊กก็กล้องฟิล์ม Canon EOS 300x มั้ง ไม่แน่ใจกับเลนส์ Canon EF 24-85mm F3.5-4.5 มั้ง
ส่วนของพี่ออยกับทีเป็น Canon Aซักอย่าง ไม่ได้จำเหมือนกัน
ขาดวินคนเดียวที่ไม่ได้เอากล้องมา
เดินด้วยกันแล้วยังกะจะเอากล้องไปขายเลย 555
ถ่ายกันอยู่นานมาก เนื่องจากเรามีพี่ออยเป็นนางแบบมืออาชีพนะครับ ไม่ต้องสั่ง ไม่ต้องเทค โพสได้ทุกท่า ส่วนอุ๊กก็สั่งเลย ทำได้ทุกอย่าง
เล่นเอาเหนื่อยเลยกว่าจะถ่ายเสร็จ หลังจากนั้นเราก็ไปเล่นน้ำทะเลกันแถวๆหน้าบ้านพัก เล่นกันจนตัวเปื่อยเลย 3 ชั่วโมงแหน่ะ พึ่งรู้สึกตัวตอนนี้เองว่าแก่แล้ว เหนื่อยง่ายมักๆ สงสัยต่อไปต้องนั่งดูเฉยๆซะแล้ว (ไม่เหนื่อยได้ไง ก็เล่นเอาจานร่อนไปปาเล่นตั้งสองสามชั่วโมง)
ส่วนข้าวเย็นตอนแรกว่าจะไปซื้อมาทำเองแต่เนื่องจากแรงไม่มีเราเลยเปลี่ยนใจไปหาไรกินที่ตลาดบ้านเพแทน แต่กว่าจะอาบน้ำกันเสร็จมันก็เริ่มมืดแล้ว พอไปถึงเลยไม่ค่อยมีไรขาย ก็เลยต้องหาข้าวกินกันแบบง่ายๆ จากนั้นก็หาซื้อของเพื่อเตรียมตัวสำหรับคืนนี้
ราตรีนี้เริ่มต้นด้วยเสียงกีตาร์ของที แล้วก็เสียงร้องของแชมป์ วิน อุ๊ก และพี่ออย ตามด้วยเรา ซึ่งมาร่วมนั่งร้องเพลงและเขย่าไข่(ดำ)ของที (ไม่รู้มันเรียกว่าอะไรอ่ะ ไอ้ไข่ที่เขย่าแล้วมีเสียงอ้ะ =_=) จากนั้นหนุ่ยก็เข้ามาแจมทำให้เบียร์หมดลงอย่างรวดเร็ว (แชมป์ ไหนแกบอกว่าจะไม่กินเบียร์ไง เดี๋ยวอ้วนนะเว้ย) แล้วก็เข้าไปนั่งเล่นไพ่ร้องเกะกันต่อในบ้าน อยากบอกว่าพวกเรามีความพยายามในการจะร้องเกะมาก พี่ออยเอาโน๊ตบุ้กมา หนุ่ยแบบลำโพงพร้อม subwoofer (ของเพื่อน) มา ส่วนแชมป์นี่ลงทุนไปคว้านหาไมค์มาจากไหนก็ไม่รู้ (แต่สุดท้ายก็ต้องใช้ไมค์ของคอมบ้านแชมป์)
กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีสองแล้ว (เฮ้ย แย่แล้วพรุ่งนี้เราก็ต้องขับรถกลับนี่หว่า ก่อนมาก็นอนตอนตีสี่ ไม่รอดแน่ๆ เหอๆๆ) ก่อนนอนเรากับทีนัดกันไว้ว่าจะไปถ่ายรูปกันตอนเช้า สุดท้ายพอเอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้ไปทั้งคู่ (ตื่นนะ แต่ขี้เกียจลุกทั้งคู่) กว่าจะนจริงก็ 10 โมงล่ะ
เช้านี้อากาศก็ครึ้มๆเหมือนฝนจะตก ทุกคนออกไปถ่ายรูป แล้วก็กลับมากินข้าวเช้า (ที่ไม่ค่อยเช้าเท่าไหร่) อยากบอกว่าเครื่องปิ้งขนมปังเด้งแรงมากๆ เด้งทีขนมปังบินออกมาเลย มีรูปเป็นหลักฐานด้วย แต่ยังอัพไม่ได้อ่ะ T-T
กินข้าวเสร็จก็ออกไปถ่ายรูปอีก (ก็บอกแล้ว ว่าเป็นทริปถ่ายรูป) ถ่ายกันจนฝนตก ประมาณว่าถ้าไม่ตกนี่ก็คงไม่เลิกถ่าย ขนาดฝนตกแล้วยังหนีไปถ่ายกันต่อในที่ร่มอีกนะ แล้วก็ไปถ่ายที่ชายทะเล พยายามจะตั้งเวลาถ่ายรูปกระโดดกันทุกคนด้วย แต่ไม่สำเร็จ (-_-") ถ่ายกันจนฟิล์มหมดนั่นแหละ ถึงได้ออกเดินทางจากที่พักไปหาข้าวเที่ยงกิน (จิงๆมันบ่ายแล้วแหละ)
สรุปว่าเราจะไปกินส้มตำป้าประไพที่พัทยา (นาเกลือ) กันนะครับ คุ้มมั้ยเนี่ย อยู่ระยองแต่ไปกินที่พัทยา แต่ก็เอาเหอะ ว่าแล้วก็ขับตามกันไป เพราะว่าพี่ออยไม่รู้ว่าร้านอยู่ที่ไหน เดี๋ยวจะหลงกันปล่าวๆ กว่าจะได้กินข้าวก็ปาเข้าไป 3 โมงแหน่ะ (ทีซึ่งหลับตลอดทาง พอตื่นมาก็บอกว่าหิวก่อนเลย) หลังจากกินอิ่มเต็มที่แล้วก็ได้เวลากลับบ้านกันจริงๆแระ
วันรุ่งขึ้นก็ต้องไปทำงานอีกแว้ววววว มี train 2 วันแหน่ะ แถมงานเยอะอีกตะหาก มีงานที่ต้อง ex-pkg ตั้ง 5 ตัวมั้ง ตายๆๆ ไม่รอดแน่ๆ
ป.ล. ต้องแวะซื้อข้าวหลามฝากวุดด้วย เพราะมันอยากกิน 555
ป.ล. อีกรอบ ทำไม blog นี้มันยาวจังฟร่ะ 20 septembre ปฏิวัติ - รัฐประหาร : นี่มันอะไรกันเนี่ยประเทศไทยเมื่อวานนี้เราออกจากบ้านเพื่อนตอนก่อน 4 ทุ่มพอดี เปิดวิทยุฟังอยู่ดีๆ มันก็กลายเป็นเพลงสยามานุสติเฉยเลย เราก็นึกว่าตัดเข้าข่าวตามปกติ ไม่ได้สนใจอะไร ฟังไปฟังมา ไหงกลายเป็นประกาศคณะปฏิรูปหว่า งงเลย??? รีบหนีกลับบ้านดีก่า พอมาถึงบ้านก็เลยรู้ว่าเค้าทำรัฐประหารไล่รัฐบาลทักษิณออกนี่เอง โดยพลเอกสนธิ ผบ.ทบ. น่ะ ที่นี้ก็เลยไล่โทรหาคนที่น่าจะยังไม่ถึงบ้านกันให้สนุกเลย วุ่นวายเจรงๆ ขนาดพี่เราอยู่อเมริกายังรู้ข่าวเลย เอาเป็นว่าจะไม่พูดไรมากก็แล้วกัน ยังไงก็ขอให้เหตุการณ์สงบแล้วปราศจากการนองเลือดนะคร้าบบบบ ภาษาไทยวันนี้ขอเสนอ ปฏิวัติ (revolution) = การยึดอำนาจโดยวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ อาจมีหรือไม่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรัฐบาลใหม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงมูลฐานระบอบการปกครอง เช่นเปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช เป็นระบอบประชาธิปไตย หรือ คอมมิวนิสต์ ฯลฯ รัฐประหาร (coup d'etat) = ถึงการยึดอำนาจโดยวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังคงใช้รัฐธรรมนูญฉบับเก่าต่อไป หรือประกาศใช้รัฐธรรมฉบับใหม่ เพื่อให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นานนัก กบฏ (rebellion) = การปฏิวัติหรือรัฐประหารที่ไม่สำเร็จ ดังนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็น รัฐประหาร นะจ๊ะ ไม่ใช่ปฏิวัติ (ประเทศไทยมีการปฏิวัติครั้งเดียวคือ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2547 โดยคณะราษฎร จากระบบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย) 16 septembre ซ่อมกล้องเสร็จแล้วววว +_+หลังจากที่ทำกล้องพังก่อนจะไปทริปชมรม(เดือนที่แล้ว) ในที่สุดกล้องเราก็กลับมาใช้ได้ซะที กว่าจะได้เอาไปช่อมเกือบเดือนพอดี
ขอขอบคุณ
-น้องอ้อนที่แบกกล้องไปศูนย์ให้ทั้งๆที่ใกล้สอบ ใช้เวลาซ่อมครึ่งชั่วโมง
-ไอ้น้องเบนซ์ที่หวังดีจะ delivery กล้องให้ถึงบ้าน แต่กรูไม่ยอม (ก็กรูยังไม่กลับอ้ะ สุดท้ายเลยไปเอาที่บ้านน้องตอนเที่ยงคืนแทน
ไหนๆก็ไหนๆ เอารูปที่ถ่ายไว้ตั้งชาตินึงแล้วมาลง blog แล้วกัน ลงมันแบบยังไม่ได้ process นี่แหละ ไม่มีเวลาทำรูปเลย
ปล.รูปเก่าๆถ่ายด้วย Casio Exilim EX-Z40 ค้าบ ส่วนหลังๆจะถ่ายด้วย Fuji FinePix S9500 (ตัวที่พังนี่แหละ)
ตอนนี้อยากได้ Nikon D80 อ่ะ แต่ไม่มีตัง ถึงทำงานแล้วก็ยังจนอยู่ดี
จน -> เครียด -> กินเหล้า -> ยิ่งจน -> ยิ่งเครียด -> กินเหล้า -> ...
รอปลายปีโบนัสออกแล้วไปสอยมาดีก่า
24 août เพราะเธอคนเดียว...เพราะเธอคนเดียว - ART VACATION
ฉันจะไม่ทำตัวเสียเวลา มัวคิดเหงาว่าเศร้าใจ
ฉันจะไม่แคร์ว่าใครมองฉันว่าเงียบหรือเย็นชา ไม่ยอมให้ใครทำกับฉัน เหมือนฉันมันไม่มีค่า ฉันรู้ดีว่า ฉันเป็นอย่างไร เพราะเธอคนเดียว (*)เพราะเธอคนเดียว ฉันจึงไม่เคยหลงทาง
เพราะเธอคนเดียว ฉันจึงไม่เคยอ้างว้างในใจ เพราะเธอคนเดียว เธอทำให้รักรู้ตัวหรือไม่ ฉันลืมความหลัง มีกำลังใจ เพราะเธอคนเดียว ฉันจะไม่ฟังเรื่องราวของใคร ที่ฉันไม่รู้จัก
ฉันจะไม่รับอารมณ์ เรื่องใครคอยมาเสนอ ฉันจะไม่เพ้อนอนคิดถึงใคร ให้ใจละเมอ ไม่กลัวผิดหวัง ไม่ต้องช้ำใจ เพราะเธอคนเดียว (*) ฉันเคยท้อแท้ ฉันเคยพ่ายแพ้ ฉันเคยทำผิด ฉันเคยแอบคิด จะหนีให้ ไกลจากนี้ ฉันเคยแอบรัก ฉันเคยอกหัก ร้องไห้ทุกที แต่วันนี้ ฉันมีความสุข เพราะเธอคนเดียว (*) 18 août ทำไมรู้สีกโดนกลับเพลงนี้ก็ไม่รู้ในวันที่เขาได้พบกับเธออีกครั่งหนึ่ง ความรู้สึกลึกซึ้งก็เกิดขึ้นมาโดยทันทีที่ข้างใน ช่างเหมือนวันเก่า เหมือนวันที่เขานั่งเหม่อ เหมือนวันที่เขาเจอะกับเธอใหม่ๆ และไม่เคยคาดคิดว่าไม่ได้เจอกันตั้งนาน และเธอ ไม่เคยเลือนลางจากหัวใจ ยังคง แอบหลงรักเธอเหมือนวันก่อนๆ จนเขาแทบซ่อนไว้ไม่ไหว เลยมีแค่คำถามโง่ๆปิดบังเรื่องที่ซ่อนในใจ ไม่ได้ลึก ไม่ได้ซึ้ง ไม่ได้สม ความคิด ถึงที่เก็บไว้ สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครรึเปล่า อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่กลับไม่มีเรื่องที่จะพูดคุยได้ยาว พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า กลัวความรัก ความคิดถึง ที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจเขา แกล้งทำเป็นยกมือขึ้นเพื่อทำเป็นดูนาฬิกา ทำเป็นมองท้องฟ้าและพูดออกมาว่าถึงเวลาที่ต้องไป ทั้งที่ใจเขานั้นบอก ว่าที่จริงเขานั้นอยากอยู่ ยืนเคียงคู่อยู่กับเธอใกล้ๆ เพราะไม่เคยคาดคิดว่าไม่ได้เจอกันตั้งนาน และเธอจะไม่เลือนลางจากหัวใจ ยังคงแอบหลงรักเธอเหมือนวันก่อนๆ จนเขาแทบซ่อนไว้ไม่ไหว เลยมีแค่คำถามโง่ๆปิดบังเรื่องที่ซ่อนในใจ ไม่ได้ลึก ไม่ได้ซึ้ง ไม่ได้สม ความคิด ถึงที่เก็บไว้ สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครรึเปล่า อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่กลับไม่มีเรื่องที่จะพูดคุยได้ยาว พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า กลัวความรัก ความคิดถึง ที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจเขา สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครรึเปล่า อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่กลับไม่มีเรื่องที่จะพูดคุยได้ยาว พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า กลัวความรัก ความคิดถึง ที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจเขา |
|
||||
|
|